ความลับ...

posted on 06 Dec 2011 01:23 by di-a-ry  in DailyLife

          “ความลับ”  หมายถึง เรื่องที่เรายังไม่เปิดเผยให้ใครได้รับรู้ ซึ่งแน่นอนว่าเกือบทั้งหมด เป็นเรื่องที่เราคิดว่ามันจะมีผลในทางลบ หรือส่งผลในทางไม่ดีสะท้อนกลับมายังตัวเรา ถ้าเราเปิดเผยมันออกไป
           แต่เชื่อเถอะ ผมว่าทุกคนต้องมี “ความลับ” บ้างไม่มากก็น้อย ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยต่อใครได้

          ความลับ บางเรื่อง อาจจะลับแค่กับบางคน  ขึ้นอยู่กับว่ามันมีผลสะท้อนกลับมามากน้อยแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่า  เราต้องพิจารณาแล้วว่า มันถึงเวลาที่ควรจะ ไม่ใช่ความลับอีกต่อไปหรือยัง...

          ความลับ มันนำมาซึ่งความอึดอัด คับข้องใจ ลับลมคมใน หวาดระแวง สำหรับคนที่เป็นเจ้าของความลับนั้นๆ  ยิ่งถ้ามีมันน้อยเท่าไหร่  ยิ่งจะทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น  แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีสักคนบนโลกนี้มั้ยที่ไม่เคยมีความลับ...

           แต่ความลับ กลับเป็นเรื่องมีมูลค่า เป็นของโปรดของสังคมที่ชอบรู้ทุกเรื่องที่เป็นเรื่องชาวบ้าน เรื่องของคนอื่น  ยิ่งเลวร้าย เหลวแหลกเท่าไหร่ยิ่งดี  ในทางจิตวิทยาบอกว่า อย่างน้อยมันก็ช่วยยกให้บางคนรู้สึกว่าตัวเองดูมีคุณค่าเหนือคนอื่นได้เล็กน้อย  แต่ขอย้ำนะครับว่านั่นคงไม่ใช่ความคิดของทุกคน   เพราะผมเคยเจอบางคนที่ข้ามผ่านความสนใจใคร่รู้แบบนั้นมาแล้ว 

           หลายคนรู้ว่า ยิ่งเรากำจัดความลับให้หมดไปจากชีวิตได้เร็วเท่าไหร่  เราก็จะไม่ต้องหวาดระแวง ต่อเรื่องราวเหล่านั้นอีกว่ามันจะส่งผลย้อนกลับมาทำอะไรกับเราได้บ้าง และรุนแรงแค่ไหน  สิ่งที่ทำให้ความลับหมดไป ก็คือการ “เปิดเผย” ซึ่งอย่างเดียวที่ต้องใช้ก็คือ “ความกล้า”

          ลองสำรวจดูมั้ยครับว่า ในชีวิตคุณยังมีเรื่องอะไรที่ ยังคงเป็นความลับที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้  ลองพิจารณาดูมั้ยครับว่า  มันถึงเวลาหรือยังที่เรื่องเหล่านั้นควรถูกกำจัดให้หมดสิ้นไปจากความกังวล และหวาดระแวงต่อผลกระทบในชีวิตคุณหรือยัง   ผมคงไม่แนะนำให้คุณต้องไปป่าวประกาศบอกกับทุกคน  เพราะมันคงมากเกินไป  แต่ด้วยสามัญสำนึกพื้นฐานของตัวคุณเองคงรู้ว่า  ควรจะต้องบอกกับใครบ้าง  เพราะอย่างน้อยให้เขารู้เรื่องราวของคุณด้วยตัวของคุณเอง  ดีกว่าให้เขารู้แบบผิดๆ ถูกๆ หรือถูกปรุงแต่งมาอย่างออกรสชาติเกินจริงจากคนอื่น

  .....                                         

  หรือถ้าคุณยังไม่รู้ว่า คุณควรบอกใครก่อน ผมแนะนำง่ายๆ ว่า คุณรักและแคร์ใครก็บอกเขาคนนั้นล่ะครับ  ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่  พี่น้อง  เพื่อนๆ หรือคนรักของคุณ 

เพราะข้อดีของการเปิดเผยความลับอย่างหนึ่งก็คือ  มันพิสูจน์ “หัวใจ” ของคนที่คุณเล่าให้เขาฟังได้เป็นอย่างดีครับ  ว่าความลับนั้นมันจะส่งผลอย่างไรกับพวกเขาเหล่านั้นบ้าง  ก่อนที่มันจะส่งผลย้อนกลับมาถึงคุณ

          .....

 
***ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
      สถานการณ์อุทกภัยใกล้จะลาจากไปแล้ว เพราะหลายพื้นที่น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เริ่มมีความหวังว่าอีกไม่นาน ประชาชนคนไทยจะได้กลับมาใช้ชีวิตกันเหมือนเดิม  มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เหมือนเดิม และเรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า "ฟ้าหลังฝน ย่อมสดใสกว่าเดิม" แม้ว่าจะเป็นเหมือนแค่คำปลอบใจดาดๆ ทั่วไป แต่เราก็แอบมีความหวังว่าความเป็นจริงมันจะเป็นเช่นนั้นได้  เราแอบหวังว่าสังคมไทยหลังภัยพิบัติน้ำท่วมจะดีขึ้นๆ   คนไทยจะสามัคคีกันมากขึ้น  คนไทยจะเสียสละกันมากขึ้น คนไทยจะเข้าใจและช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากขึ้น  คนไทยจะมีจิตอาสานึกถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและใจผู้อื่นมากกว่าประโยชน์ ส่วนตน


       ถามว่าอะไรที่ทำให้เราแอบหวังว่าจะเห็นภาพสังคมไทยดีขึ้นแบบนั้นได้  ก็เพราะเราเห็นภาพแบบนั้นในช่วงวิกฤติน้ำท่วมมาแล้วยังไง ขอเพียงอย่างเดียวว่าภาพแบบนั้นมันจะเป็น "ภาพจริง" และอยู่อย่างยั่งยืนในหัวใจของคนไทย ไม่ใช่แค่เพียงการ "สร้างภาพ" ขึ้นมา ฉกฉวยโอกาสและพึ่งพากระแสแห่งความสนใจในภาวะน้ำท่วมเพื่อประโยชน์เข้าตัวและ พวกพ้องเท่านั้น

       ถ้าเกิดภาพดีๆ แบบนั้นขึ้น ไม่ว่าบ้านเราจะเจอวิกฤติแบบไหน เราคนไทยก็จะฝ่าฟันไปได้อย่างแน่นอน  ...
 
 
    อยู่ดีๆ วันนี้ผมก็นึกถึงคำว่า "สุภาพบุรุษ" ขึ้นมา  แล้วก็คิดว่า เราน่าจะทำตัวให้เป็นสุภาพบุรุษให้มากขึ้นๆ  นะ   เพราะจริงๆ แล้วการเป็นสุภาพบุรุษ มันไม่ได้มีความหมายแค่ ความเป็นผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรง  แต่ความหมายมันน่าจะลึกซื้งกว่านั้น  
     ผมเลยลองค้นๆ ดูว่าจะทำอย่างไร ถึงจะเรียกตัวเองว่า "สุภาพบุรุษ" ได้  ก็เจอข้อมูลไล่เลียงเป็นข้อๆ น่าสนใจดีเหมือนกันนะครับ  ใครที่กำลังคิดๆ เหมือนผม  อยากจะพัฒนาตัวเองให้มีความคิดเป็นสุภาพบุรุษลองเอาไปฝึกปฏิบัติดูนะครับ  ไม่ง่ายเท่าไหร่  แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ
 
- สุภาพบุรุษไม่ไปบ้านของผู้หญิงเมื่อตนมีอาการมึนเมา
- สุภาพบุรุษไม่เล่าเรื่องกิจกรรมภายในครอบครัวในที่สาธารณะ หรือแม้แต่กับผู้คุ้นเคย
- สุภาพบุรุษไม่เสียการควบคุมอารมณ์ หรือแสดงอาการโกรธแค้น กลัว เกลียด ประหม่า ขวยเขิน นิยมชมชอบ หรือ อึกทึกคึกโคม ในที่สาธารณะ
- สุภาพบุรุษไม่ตะโกนโห่เรียกผู้หญิง
- สุภาพบุรุษไม่พูดไม่เล่าความดี ความมีคุณค่า ความไร้คุณค่า หรือข้อบกพร่องของผู้หญิง
- สุภาพบุรุษไม่เอ่ยและพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเอ่ยราคาหรือค่าใช้จ่าย
- สุภาพบุรุษไม่ยิบยืมเงินทองจากเพื่อน ยกเว้นในสถานะการณ์จำเป็นคับขันจริง ๆ เงินทองที่ขอยืมถือว่าเป็นหนี้ของเกียรติยศและจะต้องใช้คืนทันทีที่เป็นไปได้ หนี้สินที่ก่อขึ้นโดยพ่อแม่ญาติพี่น้องถือเป็นว่าภาระหนี้ของสุภาพบุรุษ (debt of honor)
- สุภาพบุรุษไม่โอ้อวดความร่ำรวยในทรัพย์สินเงินทองและสิ่งของเครื่องใช้เครื่องสะสม
- สุภาพบุรุษไม่มีพฤติกรรมต่อหน้าอย่างลับหลังอย่างไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เขาปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความกรุณาโดยไม่คำนึงถึงฐานะทางสังคม
- สุภาพบุรุษไม่ตบบ่าคนแปลกหน้า ไม่ชี้นิ้วสั่งเรียกสุภาพสตรี
- สุภาพบุรุษไม่ประพฤติตนเป็นหมาเลียเท้าผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าตน และไม่ประพฤติตนเป็นนักเลงเตะตีหรือใช้อำนาจบาทใหญ่กับผู้ที่มีตำแหน่งต่ำกว่าตน
- สุภาพบุรุษไม่ฉกฉวยโอกาสที่ทำให้ตนได้ประโยชน์จากผู้ที่ช่วยตนเองไม่ได้ หรือถูกละเลยทอดทิ้งซึ่งต้องการความช่วยเหลือ และต้องไม่มีสุภาพบุรุษผู้ใดฉกฉวยโอกาสเช่นนั้น
- สุภาพบุรุษเคารพและให้เกียรติในสิทธิของผู้อื่น และต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเขาเช่นเดียวกัน
- สุภาพบุรุษสามารถเป็นทุกสิ่งที่เขาอยากจะเป็น และ
- สุภาพบุรุษคือผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนลำแข้งของตัวเอง